พฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น

Sunday, September 10, 2006

งานนำเสนอเรื่อง''พฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น''

งานนำเสนอ
เรื่อง พฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น
เสนอ
อาจารย์พรพิมล เอมโกษา
จัดทำโดย
1.ด.ญ.ชลันตา วิบูลย์วงศ์ ม.3/3 เลขที่ 15
2.ด.ญ.วัทนี หวังไพบูลย์ ม.3/3 เลขที่ 16
3.ด.ญ.ปาร์ยรวี ถนอมศักดิ์ชัย ม.3/3 เลขที่ 18
4.ด.ญ.ชลธร จารุสุวรรณวงค์ ม.3/3 เลขที่ 19
5.น.ส.ภัชมน โรจจวัฒน์ ม.3/3 เลขที่ 20
6.น.ส.อรอุมา ศรีหะวรรณ์ ม.3/3 เลขที่ 38
..*~*..*~*..*~*..*~*..*~*..*~*..

พฤติกรรมวัยรุ่น

:พฤติกรรมวัยรุ่น:
มีปัญหาอารมณ์และพฤติกรรม
สาเหตุอาจเกิดจากการร้องไห้เพื่อต้องการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ หรือเพื่อน หรือเพื่อทดสอบว่า พ่อแม่หรือเพื่อนรักเราจริงไหม รักเท่าคนอื่นไหม หรือเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กว่าใครขัดใจก็จะร้องไห้จนติดเป็นนิสัย วิธีการช่วยเหลือ กรณีติดเป็นนิสัยจะต้องใช้เวลานานในการรักษา

รู้สึกเหงา
เป็นเรื่องธรรมดาที่ในแต่ละช่วงเวลาที่เราอยู่คนเดียวในบางขณะ บาง บรรยากาศ หรือสถานการณ์ เราจะเกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา เช่น บางครั้ง ที่เราฟังเพลงเศร้า ๆ หรือถูก ปล่อยให้อยู่ตามลำพังนาน ๆ โดยมิได้ติดต่อ กับใคร ในช่วงที่เราห่างไกลเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ชิด

วัยรุ่นกับความเหงา
คุณเป็นวัยรุ่นที่กำลังเหงาอยู่หรือเปล่าคะ อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ ความเหงาเป็น เรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่น และสำหรับคนทั่วไปด้วย บางครั้งคนเราก็จะรู้สึกเหงา ขึ้นมาเฉย ๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบรรยากาศเป็นใจ เช่น บรรยากาศตอนใกล้ค่ำ หรือช่วงที่ต้องอยู่คนเดียว ห่างไกลผู้คน

วัยรุ่นชอบโกหก
วัยรุ่นโกหกเก่ง โกหกบ่อย หรือไม่พูดความจริงหรือพูดกำกวม จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง มักมีสาเหตุ อย่างน้อย ๆ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1. จงใจที่จะไม่พูดความจริงปิดบังอำพรางความเป็นส่วนตัวของเขา ไม่ต้องการให้ใครรู้ 2. ไม่กล้าพูดความจริง เพราะกลัวจะถูกตำหนิติเตียน

วัยรุ่นชอบขโมยของ
การลักขโมยของวัยรุ่นมักมีสาเหตุสำคัญ ๆ อย่างน้อย 3 อย่างคือ 1. เพราะขาดการอบรมบ่มนิสัยหรือจริยธรรม 2. เพราะขาดแคลนในสิ่งที่ต้องการปรารถนา 3. เพราะต้องการแก้แค้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู-อาจารย์ หรือองค์กร ที่ตนสังกัด 4. เพราะมีปัญหาทางจิตใจ

วัยรุ่นที่มีนิสัยเกียจคร้าน
หากวัยรุ่นเกียจคร้าน สบาย ๆ ไม่อยากทำอะไร / นอนทั้งวัน ก่อนอื่นใด พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ จะต้องไม่ด่วนตกใจหรือด่าทอตำหนิติเตียนให้เขารู้สึกเจ็บช้ำ น้ำใจ จึงเข้าใจว่านั่นเป็นความประพฤติ ที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวชั่วครู่ชั่วยาม เท่านั้น แต่ถ้าพฤติกรรมเกียจคร้าน

วัยรุ่นที่ใช้เงินเปลือง
ปัญหาการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของวัยรุ่น เช่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เกินตัว ชอบซื้อ ของที่ไม่จำเป็น แรก ๆ ที่ซื้อมาก็อาจจะเห่อ พอนานเข้าก็เบื่อแล้ว เลิกสนใจไปเลย หรือไม่ก็ซื้อ เพราะอยากมีเหมือนเพื่อน ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้คุณควร ฝึกให้ลูกรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

วัยรุ่นชอบคิดมาก
ปัญหาหนึ่งที่มักพบได้บ่อยในหมู่วัยรุ่น ก็คือเรื่องของการเป็นคนชอบคิดมากค่ะ คือจะชอบวิตกกังวลกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วในอดีต และบางคนจะเป็นห่วงถึงเรื่อง ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เป็นความคิดที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ เป็นทุกข์ แต่ก็ไม่สามารถหยุดคิดได้

เมื่อวัยรุ่นน้อยใจ
พ่อแม่อาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ลูกวัยรุ่นรู้สึกเจ็บปวดและน้อยอกน้อยใจคือ การกระทำที่ทำให้ เขารู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ ่อาจไม่ได้ตั้งใจ หรือคิดไปไม่ถึงเสียด้วยซ้ำ เช่น ชอบพูด

วัยรุ่นที่ชอบน้อยใจ
สิ่งที่ทำให้ลูกวัยรุ่นรู้สึกเจ็บปวดและน้อยอก น้อยใจมากก็คือ การที่คุณทำให้เขารู้สึกว่าคุณลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่คุณเองก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจ หรือคิดไปไม่ถึงด้วยซ้ำแต่การที่คุณชอบเอาลูก คนหนึ่งไปเปรียบเทียบว่าด้อยกว่าลูกอีกคนหนึ่ง

วัยรุ่นอารมณ์รุนแรง
โดยทั่วไป วัยรุ่นมีอารมณ์รุนแรงเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่รุนแรงเพียงเล็กน้อย เช่น หงุดหงิด ตำหนิคนอื่น คิดเร็วทำเร็ว จนถึงอารมณ์รุนแรงมาก ๆ เช่น ก้าวร้าว ดื้อดึง ด่าทอ ชวนทะเลาะต่าง ๆ และที่ออกจะรุนแรงมากเป็นพิเศษก็คือ ยกพวกตีกัน ก่อความไม่สงบในชุมชนและสังคม

วัยรุ่นกับเกมกด(วิดีโอเกม)
วัยรุ่นสมัยนี้ มักมีปัญหาเกี่ยวกับการติดเล่นเกมส์ต่างๆ จนมากเกินไป ถึงขั้นที่ว่าอาจเล่นจนติดนานจนไม่มีเวลาไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า อาทิเช่น ทบทวนบทเรียน, ทำการบ้าน, อ่านหนังสือ เป็นต้น ดังนั้นวิธีทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ ผู้ปกครองควรจะคอยสอดส่องดูแล อบรมสั่งสอนลูกไม่ให้ใช้เวลากับการเล่นเกมส์มากเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญคือ พ่อแม่ไม่ควรใช้กล่าวว่ากล่าวตักเตือนที่รุนแรงเพราะจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ลูกไม่เชื่อฟัง และยิ่งเล่นเกมส์มากขึ้นไปอีก

ปัญหาของวัยรุ่น

:ปัญหาของวัยรุ่น:
วัยรุ่นกับการขาดความมั่นใจในตนเอง
คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าคะที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง จะทำอะไรก็ต้องคอย ตามเพื่อน จะแต่งตัวก็ต้องตามแฟชั่น ไม่กล้าที่จะทำอะไรแตกต่างจากคนอื่น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า สิ่งที่คุณอยาก ทำนั้นเป็นสิ่งดี -หรือบางทีก็ต้องจำใจทำตามเพื่อนทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่เพื่อนทำ

วัยรุ่นกับยาเสพย์ติด
เรื่องการลองยา เสพย์ยาในหมู่วัยรุ่นเป็นเรื่องที่ฮิตมาก เป็นมาทุกยุคทุกสมัย
และผู้ใหญ่จำนวนมากทีเดียวที่มักเหมาเอาว่า เป็นเพราะความอยากรู้อยากลองและเป็น

หนีออกจากบ้าน/ไม่อยากอยู่บ้าน
วัยรุ่นหนีออกจากบ้าน / ไม่อยากอยู่บ้าน มักมีสาเหตุหลัก ๆ อย่างน้อย 2 ประการ คือ 1. บ้านไม่เป็นสุข 2. ติดเพื่อน ทางช่วยเหลือแก้ไขที่ดีก็คือ แก้ตามเหตุ 2 ประการนั้น ทั้งนี้อย่าได้ด่วนวิตก และตื่นตระหนก จนเกินไป

คิดมากและกังวลบ่อยๆ
ปัญหาของเด็กวัยรุ่นที่มีลักษณะคิดมากและกังวลใจบ่อย ๆ นั้น โดยทั่วไปวัยรุ่น จะเป็นวัยที่ช่างคิดช่างฝันและช่างจินตนาการ ซึ่งในบางคนจะมีลักษณะ คิดมากกว่าทำ หรือผิดแล้วมิได้พูดคุยให้ใครทราบ แต่จะคิดวนในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หรือบางคนจะครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาใด

ปัจจัยที่ส่งผลให้วัยรุ่นเกิดอารมณ์ทางเพศ

:ปัจจัยที่ส่งผลให้วัยรุ่นเกิดอารมณ์ทางเพศ:
อารมณ์ทางเพศที่เกิดขึ้นในช่วงการเข้าสู่วัยรุ่นเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของร่างกายที่จะสืบทอดและดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ โดยมี สิ่งเร้าสำคัญใน 2 ลักษณะประกอบด้วย ลักษณะของปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายใน (intrinsic stimulus) และลักษณะของปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายนอก (extrinsic stimulus)

ลักษณะของปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายใน

.. ลักษณะของปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายใน ..
ปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายใน หมายถึง สิ่งเร้าซึ่งเป็นผลที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยได้รับอิทธิพลมาจากการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งผลิตฮอร์โมนออกมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ต่อมไร้ท่อที่ทำหน้าที่ควบคุมและกระตุ้นรวมทั้งผลิตฮอร์โมนทางเพศที่สำคัญ ได้แก่ ต่อมใต้สมองหรือต่อมพิทูอิทารี (pituitary gland) และต่อมเพศ (gonads)

1. ต่อมใต้สมอง หรือ พิทูอิทารี เป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญที่สุดของร่างกาย และถือว่าเป็นต่อมหลักในการควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการทางเพศ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มาสเตอร์แกลน (master gland)

2. ต่อมเพศ ถือว่าเป็นปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายในที่กระตุ้นให้คนเราเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นมีพัฒนาการทางเพศ และนำไปสู่การเกิดอารมณ์ทางเพศตามช่วงวัย ในเพศชายต่อมเพศ คือ ลูกอัณฑะ (testis) ส่วนในเพศหญิงต่อมเพศ คือ รังไข่ (ovary)
ฮอร์โมนที่ต่อมเพศในแต่ละเพศผลิตออกมา มีคุณลักณะที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางเพศ และการเกิดอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ ดังนี้

1) ฮอร์โมนเพศของเพศชาย
เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น กลุ่มเซลล์เนื้อเยื่อของลูกอัณฑะ นอกจากจะผลิตเซลล์เพศชาย หรือ อสุจิ (sperm) แล้ว ยังผลิตฮอร์โมนเพศออกมาด้วย ที่สำคัญ คือ ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน (testosterone) ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะส่งผลให้วัยรุ่นเพศชายมีลักษณะความเป็นชายที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของการ เกิดความรู้สึกต้องการทางเพศขึ้น และหากตัดลูกอัณฑะทั้งสองข้างออกในช่วงของวัยเด็ก จะส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติในร่างกายขึ้น เป็นต้นว่า อวัยวะเพศจะไม่เจริญเติบโต ไม่มีคุณลักษณะของความเป็นชาย มีการสะสมของไขมันบริเวณใบหน้า แขน หน้าอก และบริเวณรักแร้มากขึ้น และยังพบว่าบริเวณกล่องเสียงจะมีขนาดที่เล็กลงส่งผลให้มีเสียงคล้ายผู้หญิง และถ้าหากตัดลูกอัณฑะทั้งสองข้างออกในวัยผู้ใหญ่จะส่งผลให้เป็นหมัน ไม่มีความรู้สึกทางเพศ และมีคุณลักษณะบางประการไปในทางเพศหญิง ได้แก่ ความแข็งแรงลดลง ขนาดของกล้ามเนื้อเล็กลง เป็นต้น

2) ฮอร์โมนเพศของเพศหญิง
ในเพศหญิงรังไข่ถือว่าเป็นต่อมเพศ จะผลิตฮอร์โมนสำคัญที่เกี่ยวกับพัฒนาการทางเพศของเพศหญิงออกมาที่สำคัญ ได้แก่ ฮอร์โมนเอสตราดิโอล (estradiol) ฮอร์โมนฟอลลิคอวลาร์ (follicular) และฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน (progesterone) โดยแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการกระตุ้น และควบคุมพัฒนาการทางเพศในเพศหญิง เป็นต้นว่า ฮอร์โมนเอสตราดิโอล และ ฮอร์โมนฟอลลิคิวลาร์ ซึ่งโดยภาพรวมจะมีอิทธิพลในการควบคุมคุณลักษณะของความเป็นหญิง ตลอดจนกระตุ้นให้อวัยวะเพศของเพศหญิงเปลี่ยนจากลักษณะในวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่มากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีรูปร่างที่ได้สัดส่วนมากขึ้น มีประจำเดือนและมีการพัฒนาทางด้านจิตใจที่เป็นผู้หญิง และเกิดความรู้สึกต้องการทางเพศ ขึ้นเช่นเดียวกับเพศชาย แต่โดยธรรมชาติความรู้สึกที่เกิดขึ้นดังกล่าวเพศหญิงจะควบคุมอารมณ์และความต้องการได้ดีกว่าเพศชาย และพบว่าฮอร์โมนเอสตราดิโอลยังมีคุณลักษณะในการกระตุ้นให้รังไข่ ผลิตไข่ออกมาเดือนละฟองสลับกันข้างซ้าย ข้างขวา โดยมีฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ทำหน้าที่กระตุ้นให้ผนังมดลูกมีความหนาขึ้นเพื่อพร้อมรับการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสม

ฮอร์โมนเพศเป็นปัจจัยภายในที่สำคัญที่เป็นสิ่งเร้าให้วัยรุ่นพัฒนาการของอารมณ์ทางเพศเกิดขึ้น และนำไปสู่การเกิดความต้องการทางเพศตามช่วงวัย ในเพศชายฮอร์โมนที่เป็นปัจจัยสำคัญ คือ ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน ส่วนในเพศหญิง คือ ฮอร์โมนเอสตราดิโอล และฮอร์โมนฟอลลิคิวลาร์

ลักษณะของปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายนอก

.. ลักษณะของปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายนอก ..
ปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าภายนอก หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกต่างๆที่สามารถกระตุ้นผู้ที่รับรู้ให้เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น ซึ่งสิ่งเร้าเหล่านี้มีหลายรูปแบบ ได้แก่

1. สื่อรูปแบบต่างๆ
ในปัจจุบันมีสื่อหลากหลายรูปแบบที่กระตุ้นให้วัยรุ่นเกิดอารมณ์ทางเพศ โดยเฉพาะสื่อทางเพศ เป็นสื่อที่นำเสนอภาพหรือข้อมูลที่ให้ความรู้เรื่องเพศ มีทั้งสื่อที่สร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์
สื่อที่สร้างสรรค์ คือ สื่อที่ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกวิธี การป้องกันตนเองจากการตั้งครรภ์ เป็นต้น ส่วนสื่อที่ไม่สร้างสรรค์แบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับของสื่อทางเพศที่ห้ามมีการเผยแพร่ในสังคมไทยอย่างเด็ดขาด ส่วนระดับที่สอง เป็นสื่อทางเพศที่ต้องห้ามเนื่องจากเป็นผลมาจากศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย
ความหลากหลายของสื่อที่กล่าวมาข้างต้นนั้น วัยรุ่นบางคนก็ไม่สามารถแยกแยะสื่อที่สร้างสรรค์กับสื่อที่มาสร้างสรรค์ได้ จึงได้รับเอาข้อมูลเรื่องเพศมากจากสื่อทั้งสองประเภท สื่อที่ไม่สร้างสรรค์จึงมีการผลิตและเผยแพร่มากขึ้นทุกวัน ทั้งในรูปแบบหนังสือและวารสารต่างๆ สื่อที่อยู่ในรูปของภาพยนตร์ก็มี และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ปัจจุบัน ระบบอินเทอร์เน็ตได้ถูกนำมาใช้เป็นสื่อทางเพศอีกช่องทางหนึ่ง บางกรณีก้นำเสนอผ่านเว็บไซต์ บางกรณีก็นำเสนอในรูปแบบเกมออนไลน์ และจะเห็นได้ว่า ระบบนี้บางทีก็ขาดการดูแล และการจัดการที่ดี จึงทำให้มีการเผยแพร่ลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากจะยั่วยุและกระตุ้นให้วัยรุ่นเกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังอาจนำไปสู่การมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศอีกด้วย
จากความสำคัญของสื่อในรูปแบบต่างๆที่กล่าวมา อาจกล่าวได้ว่า สื่อที่กล่าวมาจัดเป็นสิ่งเร้าภายนอกที่สำคัญ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องตลอดจนวัยรุ่นต้องให้ความสำคัญในการระมัดระวังในการเลือกรับสื่อที่ถูกประเภทด้วย

2. สภาพทางสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป
ในปัจจุบันคงต้องยอมรับกันว่า สภาพทางสังคมและวัฒนธรรมไทยได้เปลี่ยนไป เนื่องจากมีการรับเอาวัฒนธรรมของชาติตะวันตกให้มามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้วัยรุ่นไทยมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น ทั้งทางด้านการแต่งกาย การคบเพื่อนต่างเพศ ซึ่งมีอิสระมากขึ้น นอกจากนี้ ปัจจุบันสภาพของครอบครัวไทยเปลี่ยนไป ผู้ปกครองมีเวลาใกล้ชิดกับบุตรหลานน้อยลง ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพของภาวะทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังพบว่า ความมีอิสระของสื่อต่อการนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพศ สิ่งต่างๆเหล่านี้จัดได้ว่าเป็นสิ่งเร้าภายนอกที่สำคัญที่สามารถจะเร้าและกระตุ้นให้วัยรุ่นเกิดความต้องการทางเพศขึ้นได้ โดยเฉพาะหากขาดการดูแลและการควบคุมที่ถูกต้องเหมาะสม

3. ค่านิยมและประพฤติที่ไม่เหมาะสมในบางลักษณะของวัยรุ่น
ผลจากสภาพทางสังคมและวัฒนธรรมทางสังคมไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศที่เปลี่ยนไป สางผลให้วัยรุ่นไทยเกิดค่านิยมและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในหลายลักษณะ เป็นต้นว่า ค่านิยมในเรื่องการแต่งกายตามสมัยนิยม (Fashion) ที่มากเกินไปของวัยรุ่น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การสวมเสื้อผ้าที่รัดรูปทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง หรือการเปิดเผยสัดส่วนของร่างกายมากเกินไปของเพศหญิง ซึ่งการแสดงออกดังกล่าวอาจกระตุ้นและยั่วยุให้เพศชายเกิดความอารมณ์ทางเพศได้ นอกจากนี้ยังพบว่า วัยรุ่นมักจะมีค่านิยมเกี่ยวกับความต้องการในการแสดงออกโดยอิสระ เป็นต้นว่า การเที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน การสัมผัสร่างกายของเพศตรงข้ามหรือการจับมือถือแขน กอดจูบกันในที่สาธารณะ การอยู่ลำพังสองต่อสอง หรือการไม่ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาพรหมจรรย์ ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ถือว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญมากๆเพราะถือว่าเป็นความคิดของวัยรุ่นที่เป็นวัยที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้าได้รับการเรียนรู้มาแบบผิดๆ และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทางเพศไว้ได้ก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตเลยก็ได้ วัยรุ่นจึงควรตระหนักในการควบคุมอารมณ์ทางเพศให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม และควรมีสติยั้งคิดอยู่ตลอดเวลาด้วย

ผลกระทบจากการเกิดอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น

ผลกระทบจากการเกิดอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น
ลักษณะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสภาพจิตใจและร่างกายซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเกิดอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและวัยรุ่นเองก็ไม่ควรจะพยายามฝืนหรือแสร้งทำเป็นว่าตนเองไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น เพราะการกระทำดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่จิตใจและร่างกายของวัยรุ่นได้ แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ก็ควรได้รับการควบคุมและจัดการให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะหากขาดการควบคุม และจัดการอย่างถูกต้องแล้วย่อมจะนำมาสู่ผลกระทบในด้านลบ

ผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นจากการเกิดอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น จนนำมาสู่ปัญหาทางสังคมที่เห็นได้ชัดคือปัจจุบัน การมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น ซึ่งนำปัญหาต่างๆตามมาเป็นต้น การเกิดปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ โรคติดต่อทางเพศ โดยปัญหาเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาที่เป็นผลกระทบที่สืบเนื่องมาจากอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่นที่ไม่ได้รับการควบคุมและจัดการอย่างเหมาะสม

แนวทางในการจัดการกับอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น

:แนวทางในการจัดการกับอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น:
การจัดการกับอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่น มีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญอยู่ 2 ลักษณะ ประกอบด้วย แนวทางการปฏิบัติเพื่อระงับอารมณ์ทางเพศ และ แนวทางการปฏิบัติเพื่อผ่อนคลายความต้องการทางเพศ

แนวทางการปฏิบัติเพื่อระงับอารมณ์ทางเพศ
แนวทางการปฏิบัติเพื่อระงับอารมณ์ทางเพศ หมายถึง ความพยายามในการที่จะหลีกเลี่ยงต่อสิ่งเร้าภายนอกที่มากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศที่เพิ่มมากขึ้น

1. หลีกเลี่ยงการดูหนังสือหรือภาพยนตร์หรือสื่อ Internet ที่มีภาพหรือข้อความที่แสดงออกทางเพศซึ่งเป็นการยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ

2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติหรือทำตัวปล่อยวางให้ความสบายเกินไป เช่น การนอนเล่นๆโดยไม่หลับ การนั่งฝันกลางวันหรือนั่งจินตนาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ การอยู่ในสภาพของบรรยากาศที่มีแสงสีที่ก่อหรือปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ

3. เหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดโอกาสการถูกสัมผัสในลักษณะต่างๆกับเพศตรงข้ามซึ่งการกระทำดังกล่าวมักก่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้ เช่นการจับมือถือแขน [10%] การกอดจูบ [60%] การลูบคลำ [80%] การเล้าโลม [100%]

4. หลีกเลี่ยงและรู้จักปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนให้เที่ยวเตร่พักผ่อนในแนวทางกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน การดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมาต่างๆ ซึ่งสามารถนำพาไปสู่การเกิดอารมณ์ทางเพศได้

แนวทางการปฏิบัติเพื่อผ่อนคลายความต้องการทางเพศ

แนวทางการปฏิบัติเพื่อผ่อนคลายความต้องการทางเพศ
การปฏิบัติเพื่อผ่อนคลายความต้องการทางเพศ ในที่นี้หมายถึง กานผ่อนคลายความเครียดทางอารมณ์ที่เกิดมาจากความต้องการทางเพศซึ่งเป็นผลมาจากสิ่งเร้าต่างๆ ด้วยวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นและสุขภาพของผู้ปฏิบัติ

วิธีการปฏิบัติโดยทั่วไป อาจมี 2 ลักษณะ ประกอบด้วย วิธีการผ่อนคลายความต้องการทางเพศด้วยการเบี่ยงเบนทางอารมณ์ และวิธีการผ่อนคลายความต้องการทางเพศด้วยการบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง
1. การผ่อนคลายความต้องการทางเพศด้วยการเบี่ยงเบนอารมณ์ทางเพศ
การเบี่ยงเบนอารมณ์ทางเพศ หมายถึง การใช้แนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆเพื่อหันเหความสนใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเพศ ลดพลังความต้องการทางเพศที่เกิดขึ้นในช่วงวัยดังกล่าวให้ลดลง
การเบี่ยงเบนอารมณ์ทางเพศปฏิบัติได้หลายลักษณะ เช่น การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาทุกวัน การเรียนหรือการทำงาน เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ หรือร่วมในกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมตามโอกาสที่เหมาะสม ฯลฯ โดยการปฏิบัติที่กล่าวมาจะช่วยให้มีความเพลิดเพลินและผ่อนคลายความตึงเครียดของอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้


2. การผ่อนคลายความต้องการทางเพศด้วยการบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง
การบำบัดความใคร่ด้วยตนเองหมายถึง การผ่อนคลายความต้องการทางเพศด้วยการจงใจกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศในตนเองด้วยการกระตุ้นบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายก็ได้
การบำบัดความใคร่ด้วยตนเองนี้ นักจิตวิทยาส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ไม่มีผลร้ายแยงต่อสุขภาพ แต่การบำบัดด้วยวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสมยังส่งผลให้สุขภาพทางกายและทางจิตของบุคคลดีขึ้นได้อีกด้วย แต่ก็ไม่ควรปฏิบัติบ่อยจนเกิดความหมกมุ่นในเรื่องดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดเป็นลักษณะนิสัยที่อาจส่งผลลบต่อบุคลิกภาพและความเข้มแข็งทางด้านการควบคุมอารมณ์ที่ดีได้
ควรระลึกถึงหลักการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องใน 3 ลักษณะสำคัญคือ

1) คำนึงถึงหลักความสะอาดเป็นพื้นฐาน
2) คำนึงถึงสถานที่ในการปฏิบัติ
3) ต้องไม่ปฏิบัติด้วยวิธีการที่รุนแรง

รูปแบบและวิธีการปฏิบัติของการบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง
1) ในเพศชาย เพศชายมักใช้มือไปกระตุ้นหรือสัมผัสที่องคชาต หรือบริเวณอื่นๆที่ไวต่อความรู้สึก ในการปฏิบัติดังกล่าวต้องระลึกถึงหลักการสำคัญใน 3 ลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น
2) ในเพศหญิง พบว่ามีวิธีการปฏิบัติในหลายวิธี เช่น การใช้บริเวณต้นขาหนีบอุปกรณ์การนอน หรืออาจใช้มือสัมผัสด้วยความนุ่มนวลบริเวณอวัยวะที่ไวต่อความรู้สึกจนบรรลุความต้องการทางเพศ ต้องระมัดระวังหรือลีกเลี่ยงการปฏิบัติในบางลักษณะที่มีความรุนแรง เช่น การใช้น้ำฉีดที่บริเวณอวัยวะเพศ หรือการใช้นิ้วหรือวัตถุใดๆ สอดเข้าไปเสียดสีในช่องคลอด วิธีการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบที่ก่อให้เกิดอันตรายโดยเฉพาะการอักเสบและการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์จนเป็นอันตรายร้ายแรงตามมา ต้องระลึกถึงหลักการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับ 3 ลักษณะสำคัญที่กล่าวมาข้างต้นอีกด้วย